ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

Premium: สร้างสิ่งเตือนใจเกี่ยวกับแบรนให้แก่ลูกด้วยของพรีเมี่ยม (Premium)

          

           แน่ใจว่าส่วนใหญ่ที่ได้เข้าร่วมการจัดนิทรรศการการแสดงสินค้า, ของพรีเมี่ยม (Premium)  และการประชุมจะคุ้นเคยกับการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์มาตรฐาน ปากกา, พวงกุญแจ, แม่เหล็ก, กระเป๋า และแก้วมักจะเป็นตัวเลือกที่เป็นที่นิยมของผลิตภัณฑ์สำหรับทั้งผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าชม แต่ถ้าคุณต้องการที่จะคิดนอกกรอบ อาจสร้างความหลากหลายให้แก่ของแจกหรือของพรีเมี่ยม (Premium)  เช่น Flash drive,Power bank เป็นต้น ในที่นี้ขอยกตัวอย่างสินค้าพรีเมี่ยมที่นิยมและสร้างสรรค์

1 ขวดน้ำ
ผลิตภัณฑ์มันมีประโยชน์มากและเป็นชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนต้องการ 

Flash drive 
อีกหนึ่งของขวัญที่มีศักยภาพ ใครจะไม่อยากได้ของขวัญชิ้นนี้บ้าง เป็นที่ยอมรับนั้นจะมีราคาแพงกว่าปากกา แต่มันสามารถช่วยส่งเสริมการขายของคุณ

Power bank
ซึ่งอาจเป็นของแถมโปรโมชั่น มันเป็นสินค้าพรีเมี่ยมมีประโยชน์มากและมีราคาแพงมาก

4 กระเป๋าผ้า
ในปัจจุบันมีการรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าหรือกระเป๋ามากขึ้น การที่นำกระเป๋าผ้าหรือถุงผ้ามาใช้ในการเป็นของขวัญพรีเมี่ยมจึงถือว่าเป็นประโยชน์ และเป็นผลดีต่อสังคมอีกด้วย

5 เมาส์คอมพิวเตอร์
เมาส์คอมพิวเตอร์มีความหลากหลายของสีและขนาด บางยี่ห้อมีการออกแบบให้โดดเด่นและดูดึงดูด


ขอบคุณข้อมูลจาก premiumไทย.blogspot.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กลยุทธ์การกำหนดราคาสินค้า Premium

         

         การกำหนดราคาสินค้า Premium ถือเป็นหัวใจสำคัญของความ สำเร็จในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการทุกคนจึงสมควรที่จะเรียนรู้วิธีการตั้งราคาสินค้าอย่างมีรูปแบบ เพื่อสานต่อความมั่นคงการทำธุรกิจในอนาคต การกำหนดราคาสินค้าและบริการถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ สำหรับวงจรการดำเนินงานทางธุรกิจ เพราะความสำเร็จและผลกำไรจะถูกขึ้นอยู่กับการตั้งราคาผลิตภัณฑ์และบริการ ดังนั้นการกำหนดราคาจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวมากสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ซึ่งถ้าหากสินค้าและบริการของผู้ประกอบการไม่ได้มีราคาพร้อมต้นทุนหรือถูก จัดอยู่ในตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่สูงมากนัก ก็คงไม่น่าจะมีปัญหาปัญหาในเรื่องของการตั้งราคา เพราะสามารถอ้างอิงจากท้องตลาดได้ แต่ถ้าเกิดสินค้าของผู้ประกอบการมีต้นทุนที่สูงและกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ ในระดับบนปัญหาในการตั้งราคาจะเกิดขึ้นกับท่านโดยทันที เนื่องจากจะไม่สามารถตั้งราคาอ้างอิงกับตลาดได้

           นักธุรกิจผู้มากประสบการณ์เกี่ยวกับงานบริการลูกค้า ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตั้งราคาสำหรับสินค้าและบริการในระดับ Premium ว่าควรจะมีกลยุทธ์การตั้งราคาที่ดีและมีลักษณะเป็นรูปแบบแผนอย่างมืออาชีพ มากขึ้น โดยมีรูปแบบทั้ง 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

สินค้าและบริการต้องมีระดับที่อยู่ใน Premium จริง


           ถ้าคิดจะทำธุรกิจที่มีราคาขายค่อนข้างสูงและกลุ่มเป้าหมายอยู่ในระดับบน ให้ประสบความสำเร็จจริง เรื่องของคุณภาพสินค้าหรือบริการจะต้องต้องเป็นสิ่งที่เด่นที่สุด เพราะสินค้าจะขายไม่ได้เลยหากมีราคาแพงแต่คุณสมบัติกับเป็นเพียงแค่ของพื้นๆ สามารถหาซื้อได้จากตามตลาดทั่วไป ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องมั่นใจเสียก่อนว่าสินค้าของตนเองดีจริงสามารถตอบ สนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่าสินค้าทั่วไปในท้องตลาด จึงจะเป็นกุญแจสำคัญดอกที่ 1 หากคิดจะขายของแพงให้ประสบความสำเร็จ
            ถ้าสินค้าและบริการของผู้ประกอบการดีกว่าของคู่แข่งในท้องตลาดจริง เชื่อว่าผู้บริโภคพร้อมจะควักเงินในกระเป๋ามาซื้ออย่างแน่นอนแต่ติดอยู่แค่ ปัญหาเดียวที่พวกเขาต้องการจะทราบมากที่สุดนั่นก็คือทำไมเขาต้องจ่ายราคาที่ แพงกว่าด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสาเหตุเหตุที่สินค้า และบริการของท่านราคาสูงกว่าเพราะอะไร และมันดีกว่าของคู่แข่งที่ราคาถูกกว่ายังไง ซึ่งเหตุผลที่ผู้ประกอบการอธิบายออกไปในข้อนี้จะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ ขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคด้วย

มีพนักงานขายที่ดีและมีคุณภาพ


            ธุรกิจป็นจำนวนมากที่กำหนดราคาพร้อมวางสินค้าและบริการของตนเองอยู่ใน ระดับที่สูงสามารถประสบความสำเร็จได้ก็เนื่องจากการมีพนักงานฝ่ายขายที่ดี ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องคัดเลือกพนักงานฝ่ายขายที่ดีที่สุดอันเป็นระดับ หัวกระทิของตนให้ไปทำหน้าที่ขายสินค้าและบริการประเภทนี้ เพราะความรู้บวกกับเทคนิคส่วนตัวของพนักงานจะช่วยทำให้สามารถปิดการขายอย่าง ประสบควมสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับโจทย์และแรงจูงใจที่ผู้ประกอบการให้พนักขายของตนเอง ด้วย อาทิ การให้เปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่นจากยอดขาย เป็นต้น

ไม่ลดราคาลงไปแข่ง


           สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องมีหากคิดจะขายสินค้าที่มีคุณภาพแต่ราคา แพงนั่นก็คือ ความหนักแน่น เนื่องจากจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากผู้ประกอบการมีจุดวัดความสำเร็จที่ยอด การสั่งซื้อเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าให้ลองเปรียบเทียบเป็นหลักสมการง่ายๆท่านจะเข้าใจว่าสินค้าที่มี ราคาขายถึง 1 ล้านบาท เมื่อเทียบกันกับสินค้าที่มีราคาขายเพียง 1 แสนบาท สินค้าอย่างหลังที่มีราคาถูกกว่าย่อมจะต้องมียอดขายที่มากกว่าเป็นธรรมดา แต่ประเด็นที่อยากให้มองคือสินค้าที่ถูกกว่าไม่มีทางที่จะตอบสนองความต้อง การได้เท่ากันกับในระดับสินค้าที่มีราคาแพงกว่าอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องหนักแน่นและไม่ลดราคาลงไปขายแข่งกับสินค้าที่มี ราคาถูกกว่าเพราะนั่นจะเท่ากับเป็นการลดเกรดของท่านเองลงไปในตัวด้วย

ไม่ทำสงครามราคากับคู่แข่ง


          ถึงแม้การลดราคาจะสามารถสร้างยอดจำหน่ายสินค้าและบริการให้เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วได้ แต่มันไม่มีทางที่จะเป็นประโยชน์ไปได้เลยหากสุดท้ายแล้วธุรกิจของผู้ประกอบ การขาดทุน ดังนั้นผู้ประกอบการทุกคนที่จำหน่ายสินค้าและบริการในระดับ Premium จะต้อง ไม่ลงไปทำการแข่งขันเปิดศึกในสงครามราคาอย่างเด็ดขาด เพราะว่าตัวสินค้าของท่านมีที่มาที่ไปอยู่แล้วว่าทำไมต้องกำหนดราคาขายที่ เท่านี้ ซึ่งมันรวมไปถึงจุดคุ้มทุนและระดับของผลกำไรด้วย การลดราคาลงไปแข่งขันจะทำให้โครงสร้างในส่วนดังกล่าวบิดเบือนไปจากเดิมและ สุดท้ายอาจนำมาซึ่งการขาดทุนได้ในที่สุด

มีโครงสร้างทางการเงินที่มีเสถียรภาพ


         แน่นอนที่สุดการที่ราคาขายสินค้าและบริการของผู้ประกอบการมีราคาแพงก็ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการมีต้นทุนแรกเริ่มที่รับมาสูงมากนั่นเอง ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพผู้ประกอบการต้อง มั่นใจเสียก่อนว่าบริษัทของตนเองมีโครงสร้างทางการเงินที่มีเสถียรภาพและ แข็งแรงมากพอ เพราะหากสินค้ามียอดจำหน่ายที่ไม่สูงมากนัก (ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเช่นนั้น) จำนวนเงินในระบบมากกว่าครึ่งจะต้องไปจมอยู่กับต้นทุนแน่นอน โครงสร้างทางการเงินของผู้ประกอบการจึงต้องมีระบบเงินหมุนเวียนที่มากพอด้วย เช่นกัน
         ผู้ประกอบการทุกท่านต้องเข้าใจว่าสินค้าที่มีราคาแพงนั้นมันมีจุดเด่นของ มันเองอยู่แล้วภายในตัว รวมถึงที่มาที่ไปของราคาที่มาลงตัวอยู่ ณ จุดนี้ด้วย ดังนั้นสิ่งที่ควรทำที่สุดก็คือการพยายามดึงจุดเด่นที่มีอยู่ในตัวสินค้าและ บริการออกมานำเสนอต่อผู้บริโภคให้เห็นถึงข้อดีที่จะเกิดขึ้นหากใช้สินค้าของ เรา พยายามทำให้ผ้บริโภคเข้าใจให้ได้ว่าสินค้าของเราสามารถให้ได้มากกว่าของคู่ แข่งอื่นในท้องตลาดอย่างไรและทำไมถึงต้องเรา จึงจะเป็นกลยุทธ์ในการขายสินค้าในระดับ Premium ที่ดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก  support.tarad.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

การเลือกแจกสินค้าให้ถูกคน

          

          การเลือกแจกสินค้า Premium ให้ถูกคนเป็นสิงที่สำคัญมากในทุกวันนี้ เช่น เราควรเลือกที่จะแจก เครื่องสำอางของ Premium ให้ผู้หญิง และ แจก ลูกฟุตบอล ให้ผู้ชาย เป็นต้น โดยที่ผู้ประกอบการจะเลือกแจกสินค้า Premium ให้ใคร ต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายประการ เช่น ลักษณะของตลาด กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อายุ อาชีพ สถานะภาพของกลุ่มลูกค้า และลักษณะของผลิตภัณฑ์ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทจะมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และสิ่งสำคัญคืองบประมาณนั่นเอง โดยการแจกสินค้า Premium  เป็นหนึ่งในวิธีการโฆษณา ที่ได้ผลมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก sepsepinter.wordpress.com/
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ตลาดเสื้อใน ถูกบุก ด้วยพรีเมียมแบรนด์เมืองนอก

        ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์-ขณะที่แบรนด์ค่ายชุดชั้นในในไทยพากันขยับพร้อมกลยุทธ์และเคมเปญการตลาด ไปสู่กลุ่มลูกค้าระดับกว้างเข้าถึงทุกช่วงวัย พร้อมชูคุณภาพและราคาที่ย่อมเยา และขยายช่องทางผลิตภัณฑ์ไปตามรูปแบบต่างๆ
       
        จากกระแสเทรนด์ของโลก ผู้หญิงหันมาเน้นใส่ใจเรื่องรูปร่างมากขึ้น ยึดคอนเซ็ปต์เบาสบาย เก็บทรง ไร้รอยตะเข็บ ทำให้เหล่าบรรดาค่ายเสื้อในยักษ์ใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไทยหรือเทศ หันมาแข่งขันเจาะกลุ่มเซกเมนต์นี้กันมากขึ้น
       
        ล่าสุด บริษัทเป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง เกส (Guess) และแมงโก้ (Mango) ได้ฤกษ์เปิดตัวแบรนด์ใหม่ในเครือ “สแปงซ์” (Spanx) ผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วนอันดับหนึ่งของโลกจากสหรัฐอเมริกา โดยประเดิมเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลเลกชันหลากหลาย ณ สยามพารากอนและดิเอ็มโพเรียม มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้า Premium เป็นหลัก ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,490 บาท ถึง 3,990 บาท
       
        “ผู้หญิงทุกคนต่างมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคืออยากมีหุ่นที่ดูดี เพรียว กระชับ และไม่มีร่องรอยชั้นในให้เห็นเมื่อมองจากด้านหลัง และนี่คือจุดแข็งของผลิตภัณฑ์สแปงซ์” ยัสมิน เรืองเลิศบุตร กรรมการบริษัท เป๊ปโป้ แฟชั่นกรุ๊ปจำกัด บอก
       
       สำหรับตลาดในประเทศไทย พบว่ามีกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเชปแวร์ที่มีคุณภาพสูงซึ่งหาไม่ได้ในตลาดไทย และทำให้ เป๊ปโป้ แฟชั่นกรุ๊ปจำกัด เล็งเห็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วนระดับ
Premium จึงตัดสินใจนำสแปงซ์ ความลับหุ่นสวยของดาราฮอลลีวู้ดสู่ตลาดไทย
       
       จุดเด่นของ สแปงซ์ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติการสวมใส่ชุดชั้นในของสาวอเมริกันและสาวทั่วโลก อยู่ที่ความสามารถในการช่วยพรางข้อด้อยและทำให้หุ่นของผู้หญิงดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีซูเปอร์สตาร์และเจ้าแม่แฟชั่นระดับโลกอย่าง บียอนเซ่, เจนนิเฟอร์ โลเปซ, รีฮันนา, มาดอนน่า, เฟอร์กี้, เคต แบลนเช็ต, คิม คาร์เดเชียน และเบลค ไลฟ์ลี่ เป็นพรีเซนเตอร์
       
       “มั่นใจว่าสแปงซ์จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากตลาดไทย เพราะสแปงซ์เป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ”
       
       ทั้งนี้ เป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป จำกัด ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 20 ล้านบาท ในหกเดือนแรก และจะขยายสาขาเพิ่มเป็น6 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มไลน์สินค้าอื่นๆ ในเฟสต่อไปตลอด ปี 2557”
       
       ในขณะที่โซเนีย ศรีชวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไคร่า โมด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในไคร่า (kyra) เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดชุดชั้นใน
Premiumในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายลดลง 30% โดยมีปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจากนโยบายของรัฐ ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้เกิดสงครามราคาในทุกเซกเมนต์ รวมทั้งตลาดชุดชั้นในPremiumปีนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ การจัดโปรโมชันลดราคา รวมไปถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย
       
       สำหรับแบรนด์ไคร่าได้ทุ่มงบการทำตลาดในปีนี้กว่า 10 ล้านบาท รุกตลาดในครึ่งปีหลัง โดยจัด 2แคมเปญใหญ่ คือ 1. แคมเปญโฆษณา “Kyra Body Bliss คืนชีวิตให้ผู้หญิง” นำเสนอนวัตกรรม Body Bliss และ Body Touch Gel เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีแคมเปญร่วมกับดีไซเนอร์ไทย ซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายน คาดว่าทั้ง 2 แคมเปญจะช่วยผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้น 15% รวมทั้งการขยายสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลน ภายใต้ชื่อ Premium Outlet Mall Phuket ในเดือนสิงหาคมนี้ และเปิดเคาน์เตอร์ในห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ในเดือนธันวาคม จากปัจจุบันที่มีร้านในรูปแบบสแตนด์อะโลนรวม 9 สาขา และช็อปในห้างสรรพสินค้า 37 สาขา
       
       จาก 2 แคมเปญหลักนี้เชื่อว่าจะช่วยให้ไคร่ามีรายได้เติบโตขึ้น13-15% ในสิ้นปีนี้ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาระบบออนไลน์ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีโดยเริ่มขยายตลาดในประเทศจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง โดยตั้งเป้าที่จะมียอดขายราว 15% ในสิ้นปีหน้า
       
       “แผนการดำเนินธุรกิจ5 ปีนับจากนี้ บริษัทจะเน้นขยายร้านแบบสแตนด์อะโลนในกรุงเทพฯ รวมถึง Kyra Flagship Store สาขาแรกในเมืองไทย และมีแผนเปิดร้านในหัวเมืองใหญ่จำนวน 3-4 สาขา รวมถึงการเปิดเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า และการขยายตลาดในต่างประเทศ ทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยเริ่มจัดทำเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจและมีความเป็นสากลมากขึ้น รวมทั้งพัฒนารูปแบบการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ระดับสากลในปลายปีนี้” โซเนียกล่าวสรุป
       
       ปัจจุบันกลุ่มชุดชั้นใน
Premiumมีอยู่ราว 7-8 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นวาโก้ซึ่งเป็นเจ้าตลาดชุดชั้นในระดับกลางถึงสูง ล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ออกโฆษณาที่สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ ในคลิปโฆษณาชุดชั้นใน “Wacoal Mood Boost-Up” เพียงสัปดาห์เดียวยอดผู้ชมบนยูทูปพุ่ง 3.5 ล้านวิว โดยโฆษณาชุด Wacoal Mood Boost-Up บู๊สต์ตู้ม 2 คัพอัพเว่อร์ นี้เน้นนวัตกรรม Gel + Air Mold ช่วยเสริมขนาดหน้าอกอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสาวเล็กสาวใหญ่ หรือไม่สาว ก็อาจอัพไซส์ให้เพิ่มได้อีก 2 คัพ!
       
       ในขณะเดียวกันชุดชั้นในไทรอัมพ์น่าจะเป็นคู่แข่งที่เข้มแข็งที่สุดของวาโก้ และเป็นเจ้าตลาด
Premium ก็มีการทำการตลาดที่สม่ำเสมอ โดยล่าสุด ไทรอัมพ์ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำบราเสริมอกยอดนิยมอันดับ 1 ของเอเชีย โดยทุ่มงบจัด “Club Maximize Fashion Show Party” เผยโฉมคอลเลกชันบราเสริมทรวงอก Maximizer บราเสริมทรวงอกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้หญิง จับกลุ่มเป้าหมายสาวทำงาน ในตลาดPremium-แมส และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดมากขึ้น
       
       ซึ่งในงานนี้ไทรอัมพ์ ได้สร้างความประทับใจและถือเป็นครั้งแรกกับงานแฟชั่นโชว์สุดอลังการในรูปแบบสุดเซ็กซี่จากไทรอัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านชุดชั้นในอันดับหนึ่งของเอเชีย
       
       อีกทั้งชุดชั้นในซาบีน่า ที่รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ ขยายตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าวัยผู้ใหญ่ พร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “ซาบีน่า ฟังก์ชั่น” ที่เน้นการเก็บกระชับทุกสัดส่วน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
       
       ตลาดชุดชั้นในยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นระดับแมสหรือ
Premium หลายค่าย หลายแบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์ ชูจุดเด่น จุดแข็งของตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทำการตลาดในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่แตะตาและดึงดูดความสนใจของลูกค้า
       
        ตลาดเสื้อชั้นในที่มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท กำลังเป็นอีกสมรภูมิหนึ่งที่บรรดาผู้ประกอบการแต่ละรายกำลังเร่งหาหนทางและขยายโอกาส ท่ามกลางแนวโน้มของการดูแลรักษาสุขภาพ ควบคู่กับการเสริมสร้างความโดดเด่นและลบปมด้อย ซึ่งเป็นความต้องการหลักของกลุ่มผู้บริโภค
       
       บางทีตลาดเสื้อชั้นในของไทยนับจากนี้ อาจมีสินค้า 
Premium แบรนด์เนมหน้าใหม่จากต่างประเทศเข้ามาเจาะตลาดเพิ่มขึ้นอีกเป็นระยะ และจะกลายเป็นโจทย์หลักให้ผู้ประกอบการไทยต้องคิดหนักถึงการผนวกรวมทั้งแฟชั่นและฟังก์ชันเข้าด้วยกันให้แนบชิดและประณีตยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก manager.co.th
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ตัวอย่างสินค้าพรีเมียม สำหรับกลุ่มธุรกิจ ร้านเบเกอรี และร้านอาหาร ภัตตาคาร ฟาสต์ฟู๊ดต่างๆ

     

         สำหรับธุรกิจประเภทนี้ สินค้าพรีเมี่ยม (Premium) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี โดยนักการตลาด จะพยายามคัดเลือกสินค้าPremium  ให้สื่อถึงสินค้าที่ตนเองจำหน่าย รวมถึงการพิมพ์ โลโก้หรือเครื่องหมายการค้าของทางร้าน ลงไปบนตัวสินค้า Premium โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือให้ลูกค้าที่ได้รับสินค้า Premium เกิดความประทับใจ เมื่อได้รับสินค้า และเมื่อลูกค้านำกลับไป จะช่วยให้ลูกค้าจดจำ แบรนด์ ได้เป็นอย่างดี ส่วนของโปรโมชั่นที่เลือกใช้กัน ยกตัวอย่างเช่น
       - การให้สินค้า Premiumในวันเกิดของลูกค้า เมื่อมารับประทานอาหาร ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความคนเป็นสำคัญ
       - โปรโมชั่น ได้รับสินค้าฟรี เมื่อรับประทานถึงยอดเงินที่กำหนด ถ้าเลือกใช้โปรโมชั่นนี้ จะเป็นการกระตุ้นยอดขายอย่างหนึ่ง ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกว่าควรจะรับประทานให้ครบจำนวนที่ตั้ง เพื่อให้ได้รับสินค้าแถม
       - การสะสมสินค้า Premium ที่เป็นคอลเลคชั่น เช่น ร้านเบเกอรี ABC จัดโปรโมชั่น สั่งเค้ก 3 ปอนด์ หนึ่งชิ้น จะได้รับ ของ Premium เค้ก หนึ่งชิ้น โดยทางร้านมีทั้งหมด 4 แบบให้เลือก ลูกค้าจะเกิดความสนใจ ที่อยากจะได้ให้ครบทั้งสี่แบบ

ขอบคุณข้อมูลจาก mammothgiftshop.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ซุปเปอร์มาร์เก็ตแหล่งที่มาของพรีเมียม

         “การได้มาของพรีเมียม (Premiumหลัก ๆ จะมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยพ่อค้าที่ซื้อสินค้าจากห้าง ในลักษณะของการตัดของห้างมาจำหน่าย ส่วนใหญ่จะติดของPremiumมาด้วย และพ่อค้าเหล่านี้ จะมาแยกขาย แต่เดิมของPremiumเหล่านี้ จะเป็นภาระกับร้านค้าส่งเหล่านี้ แต่หลังจากมีตลาดของPremium และมีผู้ให้ความสนใจรับสินค้าไปจำหน่ายมากขึ้น สินค้าจึงถูกระบายออกไปในช่วงแรกราคาถูกมาก ต่อมาระยะหลัง ลูกค้าให้ความสนใจมากขึ้น จึงมีผู้ให้ความสนใจนำสินค้าไปจำหน่ายมากขึ้น สินค้าPremiumในระยะหลังราคาเริ่มขยับเพิ่มขึ้น”

          ส่วนแหล่งที่มาอื่นๆ มาจาก ร้านค้าส่งและเอเยนต์ต่างๆ อาทิเอยนต์เเหล้า ประมาณ 20 % และโรงงาน 5 % มาจากไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และแบรนด์สินค้าชนิดนั้นไม่ประสบความสำเร็จ สั่งทำของPremiumไว้ ทางโรงงานก็ต้องนำออกมาจำหน่าย       
           ซึ่งร้านจำหน่ายสินค้าPremiumแหล่งใหญ่ ที่ผุ้ค้าปลีกไปรับสินค้ามาจำหน่ายมีประมาณ 5 ราย ส่วนร้านค้าปลีกทั่วไปมีประมาณ 1,000 ราย อยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดมีอยู่ประมาณ 200 ราย
       
          ตัวอย่าง   นายชัยรัตน์ กล่าวถึง ธุรกิจจำหน่ายของPremiumของตนเอง ว่า ได้เริ่มเข้าสู่ตลาดของPremiumได้ประมาณ 2 ปี เริ่มจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ในลักษณะของการ ตัดของห้างมาจำหน่าย และมีของพรีเมียมเหลืออยู่เต็มสต็อกไปหมด หาทางระบาย โดยจำหน่ายไปในราคาถูก ต่อมาตลาดของPremiumโตมากในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา จึงได้ตัดสินใจมาทำอย่างเต็มตัว โดยให้ลูกสาวที่เรียนจบมาทำงานแทน


          ช่องทางการจัดจำหน่าย เป็น 2 ลักษณะ ขายปลีกตามตลาดนัดทั่วไป ขายได้วันละประมาณ 2,000 บาท ถึง 5,000 บาท และขายส่ง เกิดจากการบอกกันแบบปากต่อปาก หลังจากให้ลูกสาวเข้ามาดูแลกิจการ จึงได้มีการขายผ่านเว็บไซต์ ทำให้คนรู้จักของPremiumมากขึ้น  รายได้ขั้นต่ำ 2,000 บาทต่อวัน


ขอบคุณข้อมูลจาก manager.co.th
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ตลาดนัดจุดขายที่ดีสินค้าพรีเมียม

             


             สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายของ Premium ปัจจุบัน จะใช้การขายตามตลาดนัด เช่น ตามโรงพยาบาล สถานที่ราชการกระทรวง ต่างๆ เป็นสถานที่ที่จำหน่ายอยู่เป็นประจำ ส่วนสถานที่จำหน่ายของ Premium  อื่นๆ จะมีตามศูนย์การค้า แต่เนื่องจากค่าเช่าที่แพงมาก ไม่คุ้มกับผลตอบแทนที่ได้ กลุ่มที่ขายในศูนย์การค้า จึงเปลี่ยนไปเรื่อยไม่อยู่กับที่ ส่วนรายใหม่ที่เข้ามาส่วนใหญ่จะทำในลักษณะของอาชีพเสริมจากงานประจำ

              รูปแบบของร้านจำหน่ายของ Premium  มีด้วยกันหลายรูปแบบ ประเภทแรกจำหน่ายสินค้าPremium อย่างเดียว รูปแบบที่ 2 สินค้าจีนแดงและสินค้า Premium  รูปแบบที่ 3 สินค้าจีนแดง สินค้า Premium และสินค้าที่มาจากสำเพ็ง และสินค้าจากซุปเปอร์ ซึ่งลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ จะเลือกร้านที่มีสินค้าให้เลือกจำนวนมาก และการจัดวางสินค้ามีส่วนสำคํญในการดึงดูดใจลูกค้าให้มาใช้บริการ
             
               ส่วนสินค้า Premium  ที่มีออกมามากที่สุดจะเป็นสินค้าประเภทของใช้ทำจากพลาสติก เช่น ตะกร้า เป็นต้น และรองลงมาเป็นประเภทจานชาม แก้ว สุดท้ายเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ


ขอบคุณข้อมูลจาก  manager.co.th
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่  http://www.eastern-venice.com/

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS