ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์-ขณะที่แบรนด์ค่ายชุดชั้นในในไทยพากันขยับพร้อมกลยุทธ์และเคมเปญการตลาด ไปสู่กลุ่มลูกค้าระดับกว้างเข้าถึงทุกช่วงวัย พร้อมชูคุณภาพและราคาที่ย่อมเยา และขยายช่องทางผลิตภัณฑ์ไปตามรูปแบบต่างๆ
จากกระแสเทรนด์ของโลก ผู้หญิงหันมาเน้นใส่ใจเรื่องรูปร่างมากขึ้น ยึดคอนเซ็ปต์เบาสบาย เก็บทรง ไร้รอยตะเข็บ ทำให้เหล่าบรรดาค่ายเสื้อในยักษ์ใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไทยหรือเทศ หันมาแข่งขันเจาะกลุ่มเซกเมนต์นี้กันมากขึ้น
ล่าสุด บริษัทเป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง เกส (Guess) และแมงโก้ (Mango) ได้ฤกษ์เปิดตัวแบรนด์ใหม่ในเครือ “สแปงซ์” (Spanx) ผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วนอันดับหนึ่งของโลกจากสหรัฐอเมริกา โดยประเดิมเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอลเลกชันหลากหลาย ณ สยามพารากอนและดิเอ็มโพเรียม มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้า Premium เป็นหลัก ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,490 บาท ถึง 3,990 บาท
“ผู้หญิงทุกคนต่างมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคืออยากมีหุ่นที่ดูดี เพรียว กระชับ และไม่มีร่องรอยชั้นในให้เห็นเมื่อมองจากด้านหลัง และนี่คือจุดแข็งของผลิตภัณฑ์สแปงซ์” ยัสมิน เรืองเลิศบุตร กรรมการบริษัท เป๊ปโป้ แฟชั่นกรุ๊ปจำกัด บอก
สำหรับตลาดในประเทศไทย พบว่ามีกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเชปแวร์ที่มีคุณภาพสูงซึ่งหาไม่ได้ในตลาดไทย และทำให้ เป๊ปโป้ แฟชั่นกรุ๊ปจำกัด เล็งเห็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วนระดับPremium จึงตัดสินใจนำสแปงซ์ ความลับหุ่นสวยของดาราฮอลลีวู้ดสู่ตลาดไทย
จุดเด่นของ สแปงซ์ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติการสวมใส่ชุดชั้นในของสาวอเมริกันและสาวทั่วโลก อยู่ที่ความสามารถในการช่วยพรางข้อด้อยและทำให้หุ่นของผู้หญิงดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีซูเปอร์สตาร์และเจ้าแม่แฟชั่นระดับโลกอย่าง บียอนเซ่, เจนนิเฟอร์ โลเปซ, รีฮันนา, มาดอนน่า, เฟอร์กี้, เคต แบลนเช็ต, คิม คาร์เดเชียน และเบลค ไลฟ์ลี่ เป็นพรีเซนเตอร์
“มั่นใจว่าสแปงซ์จะได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากตลาดไทย เพราะสแปงซ์เป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ”
ทั้งนี้ เป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป จำกัด ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 20 ล้านบาท ในหกเดือนแรก และจะขยายสาขาเพิ่มเป็น6 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขยายเพิ่มไลน์สินค้าอื่นๆ ในเฟสต่อไปตลอด ปี 2557”
ในขณะที่โซเนีย ศรีชวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไคร่า โมด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในไคร่า (kyra) เปิดเผยว่า ภาพรวมของตลาดชุดชั้นในPremiumในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายลดลง 30% โดยมีปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจากนโยบายของรัฐ ภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้เกิดสงครามราคาในทุกเซกเมนต์ รวมทั้งตลาดชุดชั้นในPremiumปีนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ การจัดโปรโมชันลดราคา รวมไปถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย
สำหรับแบรนด์ไคร่าได้ทุ่มงบการทำตลาดในปีนี้กว่า 10 ล้านบาท รุกตลาดในครึ่งปีหลัง โดยจัด 2แคมเปญใหญ่ คือ 1. แคมเปญโฆษณา “Kyra Body Bliss คืนชีวิตให้ผู้หญิง” นำเสนอนวัตกรรม Body Bliss และ Body Touch Gel เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีแคมเปญร่วมกับดีไซเนอร์ไทย ซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายน คาดว่าทั้ง 2 แคมเปญจะช่วยผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้น 15% รวมทั้งการขยายสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลน ภายใต้ชื่อ Premium Outlet Mall Phuket ในเดือนสิงหาคมนี้ และเปิดเคาน์เตอร์ในห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ในเดือนธันวาคม จากปัจจุบันที่มีร้านในรูปแบบสแตนด์อะโลนรวม 9 สาขา และช็อปในห้างสรรพสินค้า 37 สาขา
จาก 2 แคมเปญหลักนี้เชื่อว่าจะช่วยให้ไคร่ามีรายได้เติบโตขึ้น13-15% ในสิ้นปีนี้ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาระบบออนไลน์ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีโดยเริ่มขยายตลาดในประเทศจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง โดยตั้งเป้าที่จะมียอดขายราว 15% ในสิ้นปีหน้า
“แผนการดำเนินธุรกิจ5 ปีนับจากนี้ บริษัทจะเน้นขยายร้านแบบสแตนด์อะโลนในกรุงเทพฯ รวมถึง Kyra Flagship Store สาขาแรกในเมืองไทย และมีแผนเปิดร้านในหัวเมืองใหญ่จำนวน 3-4 สาขา รวมถึงการเปิดเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า และการขยายตลาดในต่างประเทศ ทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา โดยเริ่มจัดทำเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจและมีความเป็นสากลมากขึ้น รวมทั้งพัฒนารูปแบบการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ระดับสากลในปลายปีนี้” โซเนียกล่าวสรุป
ปัจจุบันกลุ่มชุดชั้นในPremiumมีอยู่ราว 7-8 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นวาโก้ซึ่งเป็นเจ้าตลาดชุดชั้นในระดับกลางถึงสูง ล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ออกโฆษณาที่สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ ในคลิปโฆษณาชุดชั้นใน “Wacoal Mood Boost-Up” เพียงสัปดาห์เดียวยอดผู้ชมบนยูทูปพุ่ง 3.5 ล้านวิว โดยโฆษณาชุด Wacoal Mood Boost-Up บู๊สต์ตู้ม 2 คัพอัพเว่อร์ นี้เน้นนวัตกรรม Gel + Air Mold ช่วยเสริมขนาดหน้าอกอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสาวเล็กสาวใหญ่ หรือไม่สาว ก็อาจอัพไซส์ให้เพิ่มได้อีก 2 คัพ!
ในขณะเดียวกันชุดชั้นในไทรอัมพ์น่าจะเป็นคู่แข่งที่เข้มแข็งที่สุดของวาโก้ และเป็นเจ้าตลาดPremium ก็มีการทำการตลาดที่สม่ำเสมอ โดยล่าสุด ไทรอัมพ์ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำบราเสริมอกยอดนิยมอันดับ 1 ของเอเชีย โดยทุ่มงบจัด “Club Maximize Fashion Show Party” เผยโฉมคอลเลกชันบราเสริมทรวงอก Maximizer บราเสริมทรวงอกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้หญิง จับกลุ่มเป้าหมายสาวทำงาน ในตลาดPremium-แมส และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดมากขึ้น
ซึ่งในงานนี้ไทรอัมพ์ ได้สร้างความประทับใจและถือเป็นครั้งแรกกับงานแฟชั่นโชว์สุดอลังการในรูปแบบสุดเซ็กซี่จากไทรอัมพ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านชุดชั้นในอันดับหนึ่งของเอเชีย
อีกทั้งชุดชั้นในซาบีน่า ที่รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ ขยายตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าวัยผู้ใหญ่ พร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “ซาบีน่า ฟังก์ชั่น” ที่เน้นการเก็บกระชับทุกสัดส่วน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
ตลาดชุดชั้นในยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ไม่ว่าจะเป็นระดับแมสหรือPremium หลายค่าย หลายแบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์ ชูจุดเด่น จุดแข็งของตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการทำการตลาดในรูปแบบต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่แตะตาและดึงดูดความสนใจของลูกค้า
ตลาดเสื้อชั้นในที่มีมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท กำลังเป็นอีกสมรภูมิหนึ่งที่บรรดาผู้ประกอบการแต่ละรายกำลังเร่งหาหนทางและขยายโอกาส ท่ามกลางแนวโน้มของการดูแลรักษาสุขภาพ ควบคู่กับการเสริมสร้างความโดดเด่นและลบปมด้อย ซึ่งเป็นความต้องการหลักของกลุ่มผู้บริโภค
บางทีตลาดเสื้อชั้นในของไทยนับจากนี้ อาจมีสินค้า Premium แบรนด์เนมหน้าใหม่จากต่างประเทศเข้ามาเจาะตลาดเพิ่มขึ้นอีกเป็นระยะ และจะกลายเป็นโจทย์หลักให้ผู้ประกอบการไทยต้องคิดหนักถึงการผนวกรวมทั้งแฟชั่นและฟังก์ชันเข้าด้วยกันให้แนบชิดและประณีตยิ่งขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก manager.co.th
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com/
ตลาดเสื้อใน ถูกบุก ด้วยพรีเมียมแบรนด์เมืองนอก
ตัวอย่างสินค้าพรีเมียม สำหรับกลุ่มธุรกิจ ร้านเบเกอรี และร้านอาหาร ภัตตาคาร ฟาสต์ฟู๊ดต่างๆ
สำหรับธุรกิจประเภทนี้ สินค้าพรีเมี่ยม (Premium) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี โดยนักการตลาด จะพยายามคัดเลือกสินค้าPremium ให้สื่อถึงสินค้าที่ตนเองจำหน่าย รวมถึงการพิมพ์ โลโก้หรือเครื่องหมายการค้าของทางร้าน ลงไปบนตัวสินค้า Premium โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือให้ลูกค้าที่ได้รับสินค้า Premium เกิดความประทับใจ เมื่อได้รับสินค้า และเมื่อลูกค้านำกลับไป จะช่วยให้ลูกค้าจดจำ แบรนด์ ได้เป็นอย่างดี ส่วนของโปรโมชั่นที่เลือกใช้กัน ยกตัวอย่างเช่น
ซุปเปอร์มาร์เก็ตแหล่งที่มาของพรีเมียม
“การได้มาของพรีเมียม (Premium) หลัก ๆ จะมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยพ่อค้าที่ซื้อสินค้าจากห้าง ในลักษณะของการตัดของห้างมาจำหน่าย ส่วนใหญ่จะติดของPremiumมาด้วย และพ่อค้าเหล่านี้ จะมาแยกขาย แต่เดิมของPremiumเหล่านี้ จะเป็นภาระกับร้านค้าส่งเหล่านี้ แต่หลังจากมีตลาดของPremium และมีผู้ให้ความสนใจรับสินค้าไปจำหน่ายมากขึ้น สินค้าจึงถูกระบายออกไปในช่วงแรกราคาถูกมาก ต่อมาระยะหลัง ลูกค้าให้ความสนใจมากขึ้น จึงมีผู้ให้ความสนใจนำสินค้าไปจำหน่ายมากขึ้น สินค้าPremiumในระยะหลังราคาเริ่มขยับเพิ่มขึ้น”
ส่วนแหล่งที่มาอื่นๆ มาจาก ร้านค้าส่งและเอเยนต์ต่างๆ อาทิเอยนต์เเหล้า ประมาณ 20 % และโรงงาน 5 % มาจากไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และแบรนด์สินค้าชนิดนั้นไม่ประสบความสำเร็จ สั่งทำของPremiumไว้ ทางโรงงานก็ต้องนำออกมาจำหน่าย
ซึ่งร้านจำหน่ายสินค้าPremiumแหล่งใหญ่ ที่ผุ้ค้าปลีกไปรับสินค้ามาจำหน่ายมีประมาณ 5 ราย ส่วนร้านค้าปลีกทั่วไปมีประมาณ 1,000 ราย อยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดมีอยู่ประมาณ 200 ราย
ตัวอย่าง นายชัยรัตน์ กล่าวถึง ธุรกิจจำหน่ายของPremiumของตนเอง ว่า ได้เริ่มเข้าสู่ตลาดของPremiumได้ประมาณ 2 ปี เริ่มจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ในลักษณะของการ ตัดของห้างมาจำหน่าย และมีของพรีเมียมเหลืออยู่เต็มสต็อกไปหมด หาทางระบาย โดยจำหน่ายไปในราคาถูก ต่อมาตลาดของPremiumโตมากในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา จึงได้ตัดสินใจมาทำอย่างเต็มตัว โดยให้ลูกสาวที่เรียนจบมาทำงานแทน
ช่องทางการจัดจำหน่าย เป็น 2 ลักษณะ ขายปลีกตามตลาดนัดทั่วไป ขายได้วันละประมาณ 2,000 บาท ถึง 5,000 บาท และขายส่ง เกิดจากการบอกกันแบบปากต่อปาก หลังจากให้ลูกสาวเข้ามาดูแลกิจการ จึงได้มีการขายผ่านเว็บไซต์ ทำให้คนรู้จักของPremiumมากขึ้น รายได้ขั้นต่ำ 2,000 บาทต่อวัน
ขอบคุณข้อมูลจาก manager.co.th
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com
ตลาดนัดจุดขายที่ดีสินค้าพรีเมียม
สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายของ Premium ปัจจุบัน จะใช้การขายตามตลาดนัด เช่น ตามโรงพยาบาล สถานที่ราชการกระทรวง ต่างๆ เป็นสถานที่ที่จำหน่ายอยู่เป็นประจำ ส่วนสถานที่จำหน่ายของ Premium อื่นๆ จะมีตามศูนย์การค้า แต่เนื่องจากค่าเช่าที่แพงมาก ไม่คุ้มกับผลตอบแทนที่ได้ กลุ่มที่ขายในศูนย์การค้า จึงเปลี่ยนไปเรื่อยไม่อยู่กับที่ ส่วนรายใหม่ที่เข้ามาส่วนใหญ่จะทำในลักษณะของอาชีพเสริมจากงานประจำ
รูปแบบของร้านจำหน่ายของ Premium มีด้วยกันหลายรูปแบบ ประเภทแรกจำหน่ายสินค้าPremium อย่างเดียว รูปแบบที่ 2 สินค้าจีนแดงและสินค้า Premium รูปแบบที่ 3 สินค้าจีนแดง สินค้า Premium และสินค้าที่มาจากสำเพ็ง และสินค้าจากซุปเปอร์ ซึ่งลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ จะเลือกร้านที่มีสินค้าให้เลือกจำนวนมาก และการจัดวางสินค้ามีส่วนสำคํญในการดึงดูดใจลูกค้าให้มาใช้บริการ
ส่วนสินค้า Premium ที่มีออกมามากที่สุดจะเป็นสินค้าประเภทของใช้ทำจากพลาสติก เช่น ตะกร้า เป็นต้น และรองลงมาเป็นประเภทจานชาม แก้ว สุดท้ายเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก manager.co.th
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com/
พรีเมี่ยม: แจก แถม กลยุทธ์ในการกระตุ้นยอดขายในช่วงกำลังซื้อหด
ในปัจจุบัน สินค้าพรีเมี่ยม(Premium) ของพรีเมี่ยม(Premium) ของที่ระลึก (Premium) ถูกนำมาใช้ในโอกาสต่าง ๆ อาทิเช่น ของพรีเมี่ยม(Premium)สำหรับเปิดตัวสินค้าใหม่ เปิดตัวโครงการบ้าน หรือในโอกาสครบรอบต่าง ๆ ของหน่วยงาน,ของที่ระลึกในงานเกษียณ ,ของพรีเมี่ยม(Premium)ในงานแกรนด์โอเพนนิ่งต่าง ๆ รวมไปถึงเทศกาล อย่างวันวาเลนไทน์ มอบเป็นของขวัญแก่คนรู้ใจ โดยของพรีเมี่ยม (Premium)ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ ปากกา , พวงกุญแจ ,ถุงผ้า , แก้วกาแฟ , จานรองแก้ว , เข็มกลัดกระเป๋า รวมไปถึง สินค้าประเภทไอทีอย่าง Power bank และ Flash drive ซึ่งเดี๋ยวนี้แฟลชไดร์ฟมีดีไซน์เก๋ๆอยู่มากมาย
ทีนี้ลองย้ายไปดูห้องเก็บของเล่
ข้อมูลจาก ไทยพรีเมี่ยมไทย.blogspot.com
และติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ http://www.eastern-venice.com








