ขับเคลื่อนโดย Blogger.
RSS

แจกของพรีเมี่ยมอย่างไร ให้สามารถดึงดูดลูกค้าได้


               


              ไม่มีวิธีการใดที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ดีเท่ากับ การแจกของฟรี ที่สำคัญของที่แจกไม่จำเป็นต้องมีราคาสูง แค่เป็นเพียงของฟรีเท่านั้น ผู้คนก็สนใจที่จะได้แล้ว ที่กล่าวมานี้ คือเหตุผลสำคัญว่าทำไม  ของพรีเมี่ยม(Premium)  จึงเป็นความคิดที่ดีสำหรับทุกๆธุรกิจ
จริงๆแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินมหาศาล เพื่อซื้อของแจกลูกค้าราคาสูงๆ บทความนี้จะกล่าวถึงวิธีการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ ในการแจกสินค้าพรีเมี่ยม ที่มีราคาไม่แพง แต่สามารถโปรโมตบริษัทของคุณได้อย่างเห็นผลชัดเจน 
3 ข้อที่คุณควรนำไปใช้ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้า ได้แก่
                1. แจกของพรีเมี่ยม(Premium) ที่เป็นที่จดจำ
                คุณไม่ควรเลือกสินค้าพรีเมี่ยม(Premium) โดยเลือกจากของที่มีราคาที่ถูกที่สุดเป็นหลัก ถ้าคุณต้องการให้บริษัทคุณโดดเด่นจากบริษัทคู่แข่ง การเลือกปากกาพรีเมี่ยม(Premium) ธรรมดาทั่วๆไป คงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ยกตัวอย่าง ถ้าคุณไปออกงานมหกรรมแสดงสินค้าประเภทหนึ่ง การที่ Booth ของคุณจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ท่ามกลาง Booth อื่นอีกหลายร้อย คุณต้องมีบางสิ่งที่คนผ่านไปผ่านมาจะให้ความสนใจ
                ดังนั้น คุณควรเลือกของพรีเมี่ยม(Premium)  ที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น เท่านี้คุณก็จะได้รับความสนใจ และสามารถเป็นที่จดจำของผู้คนได้ ของพรีเมี่ยม(Premium)  ที่มีรูปทรงแปลกจากธรรมดา สีสันสดใส หรือเป็นของพรีเมี่ยม(Premium)  ไอเดียแปลกใหม่ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะว่าเมื่อคุณแจกของที่มีไอเดียสร้างสรรค์ และไม่ซ้ำใคร คุณจะพบว่ากลุ่มลูกค้าของคุณจะจดได้คุณได้เป็นอย่างดี
                2. แจกของพรีเมี่ยม(Premium)   ที่ผู้รับจะนำไปใช้งานได้
               กลับไปพูดถึงเรื่องปากกาพรีเมี่ยม(Premium)    จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ที่จะแจกพวกเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน สินค้าเช่น ปากกา สมุดโน๊ต แผ่นรองเมาส์ และปฏิทิน เป็นของที่นิยมใช้แจกและได้ผลเสมอ เพราะโอกาสที่ผู้รับจะใช้งานของประเภทนี้บ่อยมีสูง และของประเภทนี้ส่วนใหญ่มักจะถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงาน หรือในที่ทำงาน ซึ่งผู้คนพบเห็นได้ง่ายด้วยลักษณะของสินค้าที่มีประโยชน์ใช้สอยดังเช่นที่กล่าวนี้ จะก่อให้เกิดผลดีกับบริษัทที่แจก เนื่องจากของที่แจกไปจะเสมือนเป็นนามบัตรของคุณ ที่จะปรากฎต่อหน้าผู้รับแทบทุกวัน แทนที่จะเป็นนามบัตรปกติ ที่ถูกเก็บทันทีที่ได้รับ และอาจจะไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาดูเลยก็ได้ นอกจากนี้ โอกาสที่ของพรีเมี่ยม(Premium)   ประเภทนี้จะถูกหยิบยืมหรือเปลี่ยนเจ้าของก็มีสูงอีกด้วย เช่น ถ้ามีคนยืมปากกาพรีเมี่ยม(Premium)   ที่ได้รับแจกมา ไปใช้ เท่านี้บริษัทที่แจกก็ได้ประโยชน์เพิ่มอีก เพราะเป็นการเพิ่มกลุ่มคนที่จะได้รู้จักบริษัทมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องลงทุนเพิ่มแม้แต่น้อย ดังนั้น ถ้าคุณเลือกของพรีเมี่ยม(Premium)   ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน บริษัทของคุณก็อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้รับไป และผู้รับก็อาจจะเกิดความคุ้นเคย กับบริษัทคุณไปโดยบริยาย
                3. แจกของพรีเมี่ยม(Premium)    ที่สามารถเป็นตัวแทนบริษัทของคุณ
                นอกเหนือจาก ประโยชน์ใช้สอยที่ผู้รับจะได้จากของพรีเมี่ยม(Premium)   แล้ว สินค้าพรีเมี่ยม(Premium)   ที่คุณจะแจก ควรสามารถเป็นตัวแทนบริษัทคุณได้ นั่นคือของที่แจก ควรสื่อถึงลักษณะบริการหรือธุรกิจที่บริษัทคุณดำเนินการอยู่นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในหมวดหมู่บันเทิง คุณก็ควรแจกของที่ น่ารัก สีสันสดใส ผู้รับเห็นแล้วหายเครียด หรือถ้าบริษัทคุณตอนนี้ กำลังรณรงค์เรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม คุณก็อาจจะแจกของพรีเมี่ยม(Premium)   ที่ช่วยลดสภาวะโลกร้อน เช่น ไฟฉายไม่ใช้แบตเตอรี่ นาฬิกาพลังน้ำ ถุงผ้า เป็นต้น 
                การที่คุณแจกของพรีเมี่ยม(Premium)   ลักษณะเช่นนี้ จะเป็นการตอกย้ำให้ผู้รับของแจกเชื่อว่า บริษัทคุณมีแนวความคิด หรือแนวทางดำเนินธุรกิจแบบที่คุณโฆษณาจริงๆ และจะเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์คุณอีกด้วย

                สำหรับสุดท้ายนี้ เมื่อคุณต้องเลือกที่จะแจกของพรีเมี่ยม(Premium)    ไม่ว่าของนั้นจะเป็นสินค้าประเภทใด ให้คิดเสมอว่าของนั้นมีแบรนด์หรือชื่อบริษัทคุณติดอยู่ ดังนั้นอย่าเลือกของที่ผู้รับจะโยนมันทิ้งทันทีที่ได้รับ         ของพรีเมี่ยม(Premium)   ที่สร้างสรรคื น่าจดใจ และมีประโยชน์ใช้สอย จะทำให้แบรนด์ของคุณกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้าคุณ โดยที่คุณอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก  
ckpremium.com/
และติดตามเรื่องราวดีดีของเราต่อได้ที่ http://www.eastern-venice.com/


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น